<

‘KHRAI NOR' ( ใครหนอ) Transposition

By Suwapat Prommas ( สุวภัทร พรหมมาศ)

 

Concepts Transpose, ternary form, vocal register, melody/speech tone coordination

รูปแบบการสอน การทดเสียง( transposition), การเอื้อน ( speech-tone coordination), สังคีตลักษณ์ ( form )

ใครหนอ.bmp

•  ประวัติความเป็นมา เป็นเพลงไทยสากลที่ได้รับความนิยม ในพ.ศ. 2498 คำร้องและทำนองแต่งโดย สุรพล โทณะวนิก แต่งเพื่อที่จะให้เข้าใจถึงประสบการณ์ของผู้แต่งที่เคยเป็นเด็กกำพร้ามาก่อน เพราะได้อยู่กับแม่เพียง 3 ปี แม่ก็เสียชีวิต และผู้แต่งก็ไปอาศัยวัดอยู่ และไม่ได้เรียนหนังสือ มาทำงานเป็นคนจัดฉาก เห็นนางเอกละครท่านหนึ่ง ทั้งแสดงและร้องเพลงและเธอมีน้ำใจแบ่งอาหารให้ผู้แต่งเพลงนี้ทุกวัน จนเธอเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง ทำให้ผู้แต่งสำนึกในบุญคุณและตั้งใจว่าจะเป็นนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงให้ได้ในที่สุด เพลงนี้บรรยายถึงความรักและพระคุณของพ่อแม่ที่ไม่มีวันหมด รวมถึงการใช้ภาษาในเพลงที่สามารถซ้ำคำว่า ใครหนอ ถึง 10 ครั้ง คำร้องมีความหมายดีมาก ทำนองน่าฟัง และเป็นเพลงอมตะ

•  ความรู้สึกเมื่อฟังเพลงนี้ ได้เรียนรู้ภาษาไทยในกลอน การผันวรรณยุกต์ ทุกประโยคมีความหมายชัดเจน เหมือนเป็นคำสั่งสอนให้เด็กตระหนักถึงพระคุณของพ่อแม่ การเอื้อนเสียง การซ้ำทำนอง

•  จุดประสงค์ ให้นักเรียน (transposition) คือการทดเสียง การปรับกุญแจเสียงของเพลงจากกุญแจเสียงหนึ่งไปเป็นอีกกุญแจเสียงหนึ่ง ในเพลงนี้เป็น key F major ทดเสียงไปเป็น key C major และให้นักเรียนฟังท่อนที่เป็นเอื้อน ( melody speech - tone coordination) และให้ฟังท่อนเอื้อนโดยให้นักเรียนทำเครื่องหมายตรงที่ได้ยินเสียงเอื้อน . และได้เข้าใจฟอร์มของเพลงที่เป็น ternary form (aaba) โดยจะแบ่งท่อนเพลงเป็น 8 วรรค จะได้ 8 กลุ่ม

•  ประเมินผล ให้การบ้านคนละ 1 เพลง เพลงอะไรก็ได้ อาจจะท่อนใดท่อนหนึ่งหรือทั้งเพลงแล้ว transpose มาส่ง ถ้าเพลงของใครมีลูกเอื้อน( melody speech - tone coordination) ให้ทำเครื่องหมายมาในเพลงด้วย

 

 

 

 

 

 

 

Background ‘Khrai nor“ (‘who is that?') is an example of phleng Thai sakon (‘universal Thai song'), which was popular in 1955 (2498), composed by Suraphon Thonawanik and originally sung by Sawali Phakaphan. In this song he talks about his life growing up as an orphan. His mother died when he was three years old and after that he lived at a temple and was not able to go to school. When he grew up he began to work back stage at a theater. Sawali Phakaphan was the main actress and singer at the theatre and she kindly shared her meal with him every day. Thereafter she became famous and Suraphon was so impressed by her generosity of spirit that he decided to try to become a famous composer so that he could write songs for her. This song describes the eternal love of a mother and father for their child , evidenced by the repetition of ‘Krai Knor' ten times. Therefore, the lyrics of the song have a very nice meaning, and combined with a beautiful melody, form a timeless song.

 

KHRAI NOR ( ใครหนอ)

 

Khrai (R)nor (H)rak rao (H)tao chi wi ( ใครหนอรักเราเท่าชีวี)

Khrai (R)nor prani (H)mai mi (L)sueam khlai ( ใครหนอปราณีไม่มีเสื่อมคลาย)

Khrai (R)nor (H)rak rao (H)chai phiang (H)rup kai ( ใครหนอรักเราใช่เพียงรูปกาย )

(H)Rak (R)khao (H)mai (L)nai (H)mi (H)khit tham lai khrai (R)nor ( รักเขาไม่หน่ายมิคิดทำลายใครหนอ)

Khrai (R)nor (R)hen rao (H)sao soung nai ( ใครหนอเห็นเราเศร้าทรวงใน)

Khrai (R)nor ao jai (L)prorp rao rueai ma ( ใครหนอเอาใจปลอบเราเรื่อยมา)

Khrai (R)nor (H)rak rao (L)dang duang (F)kaeo ta (H)rak (R)khao (F)mak (L)kwa (H)phuen (H)pha-(L)su-tha (H)na-pha-(L)kat ( ใครหนอรักเราดั่งดวงแก้วตารักเขามากกว่าพื้นพสุธานภากาศ)

(L)Ja ao (H)lok ma tham (L)pak-ka (H)lae ao (H)na-pha ma thaen (L)kra - (L)dat ( จะเอาโลกมาทำปากกาและเอานภามาแทนกระดาษ)

Ao (H)nam (L)mot (H)ma (R)ha (L)sa-(L)mut thaen (L)muek (F)wat (L)pra-(L)kat (H)phra-khun (H)mai phor ( เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาดประกาศพระคุณไม่พอ)

 

Khrai (R)nor (H)rak rao (H)thao chi wan ( ใครหนอรักเราเท่าชีวัน)

Khrai (R)nor khrai kan (F)hai rao (L)khi kor ( ใครหนอใครกันให้เราขี่คอ)

Khrai (R)nor (H)chak chuan du (R)nang (L)si jor (H)ru (H)laeo (H)la (F)kor (L)ya mua (R)rang ror (H)tot thaen bun-khun ( ใครหนอชักชวนดูหนังสี่จอรู้แล้วละก็อย่ามัวรั้งรอทดแทนบุญคุณ)

 

Listening Ask the students about features of the music. The students may notice the structure of the poem, rising and falling tones, meaning of the lyric, repetition, melody speech - tone coordination, song form. Ask the students to make marks on any tones where they can hear the singer rising or falling and explain that they are rising and falling tones. Next the teacher should explain the form of the song - Ternary form (AABA) in each phrase. Also explain that this was the most popular song form in Thailand during the first half of the twentieth century.

Performance The students should first learn to play the melody of the song on their instruments. Then have the students play along with the mp3 recording. Divide phrase 8 phrase into 8 groups.

Composition Teach the students how to transpose or shift key from F major to C major. Explain that every note must either move up a perfect 5 th or down a perfect 4 th . Assign some students to transpose up and some to transpose down. Have the students sing the two versions and see which one is in the more suitable register . Homework 1 song each person. Do not limit style of song. The students choose 1 song or 1 phrase.